ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การขยายตัวของตลาดเครื่องประดับเงินแท้สู.มากขึ้นเรื่อนๆในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ลักษณะดูสวยงาม เงางามสะดุดตา อีกทั้งยังสามารถนำไปทำเป็นรูปร่างต่่างๆได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น จี้ สร้อยคอ กำไลข้อมือ แหวนในโอกาสต่างๆ หรือแม้แต่กำไลข้อเท้า ทำให้ผู้บริโภคห้นมาให้ความสนใจกับเครื่องประดับเงินจำนวนมาก ในขณะเดียวกันผู็ขายบางรายถือโอกาสเหล่านี้ในการฉกฉวยหลอกขายสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพและกล่าวอ้างว่าเป็นครื่องประดับเงินแท้ ฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีวิธ๊การดูอย่างไรที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเองว่าสินค้าที่ซื้อมานั้นเป็นของแท้หรือไม่
วิธีการเช็คเงินแท้ง่ายๆ ด้วยตนเอง
1. ตรวจดูที่ตราประทับบนเครื่องประดับของคุณ
วิธีนี้เป็นวิธีที่พื้นฐานที่สุดที่สามารถระบุไได้ว่าเครื่องประดับของคุณทำมาจากวัสดุใดบ้าง โดยปปกติแล้วเครื่องประดับเงินแท้จะประกอบไปด้วย เงินตั้งแต่ 92.5% ขึ้นไป และประกอบไปด้วยส่วนประกอบของโลหะชนิดอื่นๆเพียงเล็กน้อย ฉะนั้นหากเครื่องประดับของคุณเป็ฯเครื่องประดับจากเงินแท้ จะมีตราประทับระบุอยู่ที่ตัวเรือน โดยมักปรากฎอยู๋ที่ด้านในของตัวเรือน หรือด้านหลังของตัวเรือนเป็ฯข้อความหรือตัวอักษรดังต่อไปนี้ อย่างน้อยหนึ่งข้อความ
ตัวอย่างของข้อความที่สามารถระบุได้ว่าเป็นเครื่องประดับจากเงินแท้
925 (หมายถึง มีองค์ประกอบมาจากเงินแท้ร้อยละ 92.5 ขึ้นไปในชิ้นงาน)
925/1000 (หมายถึง อัตราส่วนของชิ้นงานเมื่อเทียบเป็น 1000 ส่วน มีเงินแท้ประกอบอยู่ 925 ส่วน)
92.5% pure (หมายถึง มีองค์ประกอบมาจากเงินแท้ร้อยละ 92.5 ขึ้นไปในชิ้นงาน)
STER (ย่อมาจาก ชิ้นงานดังกล่าวเป็นเครื่องประดับประเภทเงินเสตอร์ริ่ง หรือเครื่องประดับเงินแท้)
Sterling (ย่อมาจาก ชิ้นงานดังกล่าวเป็นเครื่องประดับประเภทเงินเสตอร์ริ่ง หรือเครื่องประดับเงินแท้)
Sterling silver (ย่อมาจาก ชิ้นงานดังกล่าวเป็นเครื่องประดับประเภทเงินเสตอร์ริ่ง หรือเครื่องประดับเงินแท้)
SS (ย่อมาจาก ชิ้นงานดังกล่าวเป็นเครื่องประดับประเภทเงินเสตอร์ริ่ง หรือเครื่องประดับเงินแท้)
STG (ย่อมาจาก ชิ้นงานดังกล่าวเป็นเครื่องประดับประเภทเงินเสตอร์ริ่ง หรือเครื่องประดับเงินแท้)
ในขณะเดียวกันหากเครื่องประดับเงินของคุณมีการประทับหรือระบุรายละเอียดของชิ้นงานซึ่งประกอบไปด้วยข้อความหรือตัวอักษรเหล่านี้ สามารถสันนิษฐานได้เลยว่าเป็นเครื่องประดับเงินปลอม หรือไม่ได้มีคุณภาพหรือสมบัติเป็นเงินแท้
fake (หมายถึง เครื่องประดับประเภทเงินเทียม หรือไม่ได้ทำมาจากเงินแท้)
Silver-plate (หมายถึง เป็นเครื่องประดับที่ผ่านการชุบเงินมาเท่านั้น ไม่ได้ทำมาจากเงินแท้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในบางประเภทเครื่องประดับประเภทเงินแท้ ก็สามารถชุบเงินแท้ได้ิรก ฉะนั้นผู้ซื้อจึงต้องพิจารณาจากวิธ๊การตรวจสอบอื่นๆด้วย)
SP (หมายถึง เป็นเครื่องประดับที่ผ่านการชุบเงินมาเท่านั้น ไม่ได้ทำมาจากเงินแท้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในบางประเภทเครื่องประดับประเภทเงินแท้ ก็สามารถชุบเงินแท้ได้อีก ฉะนั้นผู้ซื้อจึงต้องพิจารณาจากวิธ๊การตรวจสอบอื่นๆด้วย)
Plate (หมายถึง เป็นเครื่องประดับที่ผ่านการชุบเงินมาเท่านั้น ไม่ได้ทำมาจากเงินแท้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในบางประเภทเครื่องประดับประเภทเงินแท้ ก็สามารถชุบเงินแท้ได้ิรก ฉะนั้นผู้ซื้อจึงต้องพิจารณาจากวิธ๊การตรวจสอบอื่นๆด้วย)
EPNS (for electro-plated nickel silver) (หมายถึง โลหะผสมของทองแดงกับนิกเกิลและสังกะสีรวมอยู่ โดยส่วนผสมพื้นฐานจะอยู่ที่ ทองแดง 60% นิกเกิล 20% และสังกะสี 20%)
EPBM (for electro-plated Britannia metal) (หมายถึง ดีบุก 92% พลวง 6% และทองแดง 2%)
EP (for electro-plated) (หมายถึง โลหะผสมของทองแดงกับนิกเกิลและสังกะสีรวมอยู่ โดยส่วนผสมพื้นฐานจะอยู่ที่ ทองแดง 60% นิกเกิล 20% และสังกะสี 20%)
BP (for Britannia plate) (หมายถึง ดีบุก 92% พลวง 6% และทองแดง 2%)
Quadruple Plate (หมายถึง เครื่องประดับที่ทําจากนิกเกิล สังกะสี และดีบุก (บางครั้งเป็นทองแดง) แล้วจุ่มลงในอ่างเงินเหลวสี่ครั้ง)
Silver filled (เงินสเตอร์ลิง 5% หรือ 10% โดยน้ําหนักผสมกับความร้อนและแรงกดกับแกนทองเหลือง)
German Silver (โลหะผสมระหว่างทองแดง สังกะสี และนิเกิล)
Nickel Silver of Alpaca (โลหะผสมระหว่างทองแดง สังกะสี และนิเกิล)
2. ตรวจสอบที่น้ำหนักและความหนา
เนื่องจากเครื่องประกอบที่มีส่วนประกอบของเงินแท้อยู่มากตั้งแต่ ร้อยละ 92.5 ขึ้นไป จะมีสมบัติเฉพาะตัวคือ มีความอ่อนตัวมาก และมีน้ำหนักที่เบา ฉะนั้นผู้ผลิตเครื่องประดับเงินแท้จึงนิยมทำเครื่องประดับออกมาให้หนาในการขึ้นรูปทรงชิ้นงาน ในขณะเดียวกัน เครื่องประดับที่ไม่ได้เป็นเงินแท้เมื่อบิดหรือทำให้โค้งงอจะทำได้ยาก หรือมีความแข็ง
3. ลองดมกลิ่นที่เครื่องประดับของคุณ
แม้ดูแปลกไปในการตรวจสอบแต่วิธีการตรวจสอบด้วยการดมกลิ่น เป็นวิธีตรวจสอบเครื่องประดับของคุณได้ในทันทีและมีความสะดวกสบายอย่างน่าเหลือเชื่อ เพียงแค่คุณดมก็จะทราบได้ทันที เนื่องจากเครื่องประดับที่ทำมาจากเงินแท้จะไม่มีกลิ่นใด ในทางกลับกันหากมีกลิ่นโลหะหรือกลิ่นทองแดงเหมือนเครื่องทองแดงหรือทองเหลืองแล้ว สามารถสันนิษฐษนไดไ้เลยว่า เครื่องประดับเป็นเงินปลอม
4. สีคือตัวบ่งชี้ความเป็นเงิน
หากเครื่องประดับเงินเป็ฯเงินแท้จริง เครื่องประดับจะออกสีเงิน หากมีติดสีเหลืองหรือผสทแดง อาจหมายถึงเครื่องประดับชิ้นนั้นมีส่วนผสมของทองแดงผสมอยู่ ซึ่งเป็นของปลอม
5. ใช้แม่เหล็กตรวจสอบโดยคร่าว
หากคุณลองนำแม่เหล็กมาลองดูหรือเอาเข้าใกล้กับเครื่องประดับชิ้นนั้นๆ ขอให้ลองสังเกตว่า เครื่องประดับของคุณถูกดูดกับแม่เหล็กหรือไม่ หากแม่เหล็กดูดไม่ติดแสดงว่าเป็นของแท้ เนื่องจากมีเหล็กหรือโลหะอื่นผสมอยู่ในเนื้อเงิน
6. เช็ดด้วยผ้าขาว
ในกร๊ที่เครื่องประดับของคุณเริ่มสีหมองลง หรือดูไม่เหมือนใหม่ หากเป็นเครื่องประดับเงินแท้ คุฯสามารถเช็ดคราบหมองเหล่านั้นได้โดยง่าย โดยจะมีคราบสีดำติดออกมาจากการทำปฏิกิริยาเคมีกับออกซฺเจนในอากาศ อย่างไรก็๖ามหากเช็ดออกมานั้นแล้วมีสีเขียวหลุดออกมาหรือมีสีสยิม นั่นหมายความว่า เครื่องประดับของคุณมีส่วนผสมของโลหะชนืดอื่น เช่น ทองแดง เป็นจำนวนมากหรือไม่ใช่เครื่องประดับเงินแท้
7. แช่น้ำแข็ง
วิธ๊นี้เราจะใช้คุณสมบัติทางเคมีของเงินมาใช้ในการตรวจสอบเครื่องประดับ นั่นคือ เงินแท้จะมีคุณสมบัตินำความร้อนได้ดี ดังนั้นเมื่อนำเงินหรือเครื่องประดับเงินแท้ไปสัมผัสกับน้ำแข็ง จะเกิดการถ่ายเทความร้อนกันอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำแข็งละลายได้เร็วกว่าการละลายของน้ำแข็งปกติ และอุณหภูมิของน้ำแข็งจะถูกถ่ายเทไปยังเงินอย่างรวดเร็ว ทำให้เมื่อสัมผัสเครื่องประดับเงินแท้นั้นจะมีความเย็ฯขึ้นมาอย่างรวดเร็วแม้จะทิ้งไว้ได้ไม่นาน
หากไม่รู้ว่าจะเลือกที่ไหนดี การหาร้านหรือโรงงานรับทำที่สามารถพูดคุย สอบถามรายละเอียดได้ในทุกขั้นตอนก็ทำให้วางใจได้ว่า เครื่องประดับเพชรที่ได้ไปนั้นคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป และเข้าใจความต้องการของเราจริงๆ

ให้สยามริงตันช่วยเป็นผู้รับทำและเป็นผู้ผลิตให้แก่ทุกชิ้นงานของคุณ คุณสามารถพูดคุย ปรึกษาสอบถามรายละเอียดได้อย่างสบายใจกับบริการครบจบทุกขั้นตอน
ด้วยความน่าเชื่อถือของทีมช่างฝีมือมากกว่าสิบปี ไว้ใจได้ ซื่อสัตย์ ประณีต
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่





